เช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552  อากาศขมุกขะมัวและมีฝนเหมือนวันที่นั่งเขียนไลฟ์รีพอร์ตนี้ไม่มีผิด  ผิดแต่ว่าวันนี้ผมหมกตัวอยู่ในบ้าน  แต่วันนั้น...ผมออกไปเดทรอบ 2

...

หนาวฉิบ...

ถึงกับไปยืมเสื้อโค้ทเพื่อนมาใส่  เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าเสื้อหนังตัวเก่งเอาไม่อยู่  (วันฝนไม่ตกยังหนาวแทบแย่)  หนาวและฝนตก...แต่ไม่มีถอยอยู่แล้วงานนี้  เพราะไม่รู้จะมีโอกาสมาเดทกับพวกพี่ ๆ แกอีกเมื่อไหร่

วันนี้ออกจากบ้านช้าหน่อย  แต่ก็ยังนับว่าเร็วอยู่ดี  เพราะขี้เกียจไปเบียดกับคนบนรถเมล์  รถเมล์ที่ได้ขึ้นวันนี้เป็นรถเมล์เฉพาะกิจที่เขาจัดมาเพื่อคนไปดูไลฟ์  ดังนั้นจึงเป็นรถเมล์ที่หนวกหูมาก  ตั้งแต่ขึ้นรถเมล์ที่ญี่ปุ่นมายังไม่เคยมีครั้งไหนหนวกหูเท่าครั้งนี้เลย  แต่มันก็ให้บรรยากาศที่สนุกดีนะครับ  เพราะทุกคนกำลังนินทา GLAY อย่างเมามัน  (จับใจความไม่ได้  แต่ได้ยินชื่อพวกพี่ ๆ ก็แล้วกัน)

ถึงที่หมายก็ลงไปยืนกางร่มสั่นงั่ก ๆ  ถึงขีดที่ทนไม่ไหวก็ไปกดกาแฟร้อนมาดื่ม...ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากทำให้ปวดฉี่มากกว่าเดิม  เพราะตู้กาแฟที่ตากฝนอยู่...มันคงทำให้กาแฟร้อนน้อยลง

วันนี้ประตูเปิดเร็วกว่าวันก่อน  เพราะคืนนี้มีหลายคนที่ดูเสร็จแล้วจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันไปเลย  ซึ่งก็มีรถบริการรับส่งสะดวกสบายพอควร  ผมก็ไปชิงยืนอออยู่หน้าประตูอาศัยจำนวนคนเข้าข่มลมหนาว  (แน่นอนว่าไม่ช่วยอะไรเหมือนเคย)

วันนี้ก็เหมือนวันก่อน  มีหนุ่มโฮสต์...เอ๊ย  สต๊าฟใส่สูทผูกไทด์มายืนต้อนรับหน้าประตู  เข้าประตูได้ก็พุ่งไปที่...ห้องน้ำ...ขอเอากาแฟเมื่อกี้ออกก่อนนะครับ  เสร็จแล้วก็ไปหาที่นั่ง

ที่นั่งวันนี้อยู่ในมุมที่ดีเพราะประจันหน้าตรงกับเวทีพอดี  (เมื่อวานอยู่เยื้องไปด้านข้าง  แถมยังไกลเสียอีก)  แต่ถึงจะพูดว่าตรงกับเวทีพอดีก็เหอะ  แต่อยู่ไกลที่สุด  แถวหลังสุด  บนสุด...ไกลลิบ  กระนั้นก็ไม่ไกลเกินกว่าที่ NISSAN STADIUM หรอกฟะ  (อันนั้นไกลจริง)  อย่างน้อยก็เห็นพี่ทาคุตัวสูงสักสองเซ็นต์ได้  (พี่ ๆ คนอื่นเล็กลงไปตามสัดส่วนความสูง)  เป็นมุมที่ดีและเห็นเวทีชัดเจน  เห็นมอนิเตอร์ชัดทั้งสองด้าน  รวมทั้งมอนิเตอร์กลางด้วย  ไอ้มอนิเตอร์กลางนี้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางยาว  สามารถแบ่งเป็นสามช่อง  สี่ช่อง  ตัดทางบนล่างได้  และฉายเต็มจอได้  อันนี้เทกโกะภูมิใจเสนอว่า  ตัวแรกของญี่ปุ่นครับ

...

แล้วไฟก็ดับ  แล้วไลฟ์ก็เริ่ม

แน่นอนว่าเห็นพี่ทาคุก่อนคนอื่นเช่นเคย  ก็แดงเสียขนาดนั้นนี่นะ...

คนอื่นแต่งตัวเหมือนเมื่อวันก่อน  แต่เทกโกะมีออฟชั่นเสริมเป็นผ้าสีเงินคาดห้อยลงมาข้างเอว  เวลาพี่แกเคลื่อนไหวไปมามันพลิ้วน่าดูดี  (บางทีก็มองตรงอื่น)  แล้วก็เมื่อวันก่อนเทกโกะใส่เสื้อตัวในเป็นเชิ้ตแขนกุดเข้ารูป  แต่วันนี้เป็นเสื้อกล้าม...พอดูทุกคนแล้วก็...ถ้าจะคอส  คงต้องแต่งหน้าทำผมให้เหมือนอย่างเดียวเท่านั้น  เพราะพวกพี่แกธรรมดามาก...(ยกเว้นฮิสะจังไว้คนนึง  คนนั้นเขาไม่มีคำว่าธรรมดาอยู่ในพจนานุกรมชีวิต)

Setlist ส่วนมากก็เหมือนเมื่อวันก่อน  เพียงแต่ตัดเพลงเจ้าปัญหา yes, summer days ทิ้งไปแล้วใส่ Tomadoi ลงไปแทน  เป็นเพลงที่ทำให้คิดถึงอดีตฝันวันวานสมัยเป็นมือเบสมาก  ฮะ ๆ ๆ  (เพลงบ้าอะไร  เล่นยาก)

เริ่มไลฟ์มาก็มันส์หยดติ๋ง  ไอ้ที่หนาว ๆ เมื่อกี้ร้อนจนเหงื่อซึม  เพิ่งช่วงแรกเท่านั้นเองนะเนี่ย

จะว่าไป...ไอ้ที่ฉายบนมอนิเตอร์เนี่ย  มันบ่งบอกอะไร ๆ ในเพลงเยอะแยะมากมายได้เหมือนกันนะ

อย่างเพลง FAME IS DEAD เนี่ย...อีโรติกมาก  เป็นภาพสาวเปลือย  แล้วพวกคุณพี่ก็ไปยืนอยู่ตรงนั้นตรงนี้ของเรือนร่างพวกหล่อน...ไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าตรงไหน...

ส่วนเพลง RainbirD มาเข้าใจความหมายของภาพตอนที่ดูเนื้อเพลงแล้ว  ไว้ว่าง ๆ จะแปลละกันนะ  เพลงนี้เทกโกะเขียนได้ดีทีเดียว

แต่ที่น่ารักและติดใจมากก็คือ VTR ของเพลง NO ESCAPE ที่เป็นโครงกระดูกหนุ่มไปตกหลุมรักโครงกระดูกสาว  แถมได้หนุ่มนั่นดันเลี้ยงหมาเสียอีก...หมาน่ะ...น่ารัก  ฮะ ๆ ๆ  ไม่รู้พี่ ๆ แกคิดอะไรอยู่  แต่มันน่ารักดี...แล้วตอนที่ร้องเพลงนี้  เทกโกะยืนส่ายสะโพกได้ใจมาก  สาวกเทกโกะกรี๊ดได้เลย  เพราะขนาดไม่ใช่...เห็นแล้วยังจั๊กกะเดียมหัวใจหน่อย ๆ เลย

AMERICAN INNOVATION  ก็เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเหวี่ยงกันสนุกสนานเหมือนใน DVD นั่นแหละ  เพียงแต่ถ้าเทกโกะจะไม่เอาผ้าเช็ดหน้าที่เหวี่ยงเสร็จแล้วไปยัดไว้ตรง...ก็ตรงเข็มขัด  แต่ทำไมต้องเป็นตรงกลางหัวเข็มขัดด้วย...หยิบง่ายใช้สะดวกเหรอครับพี่?  (หรือมีตูคิดมากไปเองคนเดียววะ?)  เพลงนี้มีท่อนที่เหวี่ยงผ้าเช็ดหน้ากับท่อนที่เทกโกะถามคนดูแล้วว่า  “ไหน  ใครไม่มีผ้าเช็ดหน้ามั่ง...โอ้  เยอะนะ  ไม่เป็นไร  ชูสองมือเปล่าขึ้นมา...แล้วตบแบบนี้”...ตอนนั้นรู้สึกเหมือนขึ้นสแตนด์เชียร์ตอนม.ปลาย  ฮะ ๆ ๆ  ที่รู้สึกแบบนั้นเพราะสเต็ปมือและลีลาของพี่ทาคุ...เชียร์ลีดเดอร์มากพี่  ได้อารมณ์สุด ๆ  ไอ้ท่ายืนแอ่น ๆ จิกปลายเท้าแล้วก็ตบมือนั่นน่ะ  ไปหัดมาจากทีมเชียร์ทีมไหนกัน  ฮึ?

ยังเมื่อยจากเพลงที่แล้วไม่หาย  ก็ต่อกันด้วย VIVA VIVA VIVA ที่เมื่อยมือกว่าเดิม  แต่สนุกสนานบานตะไท

เบรคด้วยเพลงช้าสามสี่เพลง  มี MC คั่นนิดหน่อยเป็นระยะ  เพลง Winter,again เรียบเรียงใหม่โดยเอาท่อนฮุคขึ้นก่อนและให้เทกโกะร้องเดี่ยว...เสียงดีกว่าใน CD จริง ๆ นะ

แล้วก็มันส์จนหยดสุดท้าย  THE BIRTHDAY GIRL มีแง่มกันนิดหน่อยระหว่างมือเบสกับนักร้องนำ  เพราะเทกโกะชิงพูดเข้าเพลงก่อนแล้วก็หันไปหาจี้จัง  จี้จังก็สวนกลับมาว่า  “ไอ้ที่แกพูดนั่นมันบทของฉันไม่ใช่เรอะ?”

กระทั่งเพลง Kanojo no “Modern…”

มันดำเนินมาด้วยดีจนจบเพลง  มันส์มากจนจบเพลง...และได้ตอนจบเพลงนี่แหละ...เทกโกะขึ้นไปยืนบแอมป์แล้วโดดเทคตัวลงมาตามฟอร์มการจบของเพลงนี้  แต่...ในวินาทีที่ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น  ภาพที่ตัดขึ้นมอนิเตอร์กลางคือ...เทกโกะลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงกลางระหว่างแอมป์สองตัว...หา?  มันเกิดอะไรขึ้น?

ท่านี้เลย...

คาดว่าพี่แกคงจะลงพื้นผิดท่าไปหน่อย  เลยลงไปนอนท่านั้น...พอดิบพอดีช่องระหว่างแอมป์ทีเดียว  แล้วพี่ทาคุกับจี้จังก็ออกมาร่วมด้วยช่วยกันล้ม...

เสร็จแล้วเทกโกะก็ลุกขึ้นมากอดเข่างอแงอย่างอาย ๆ ประมาณว่า  “กูนี่น้า...เมื่อวานก็ทีนึงแล้ว...วันนี้ก็ยังอุตส่าห์...”

เอาน่า...ไม่แบบนี้ก็ไม่ใช่เทกโกะสิน่า...

แล้วเราก็ปล่อยให้พวกพี่ ๆ แกได้ไปเช็ดหน้าเช็ดตาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันหน่อย  คนดูก็เรียกอังกอร์กันไป  ส่วนผมก็หนีไปเอากาแฟออกอีกหน่อย  กลับมาแอบถ่ายภาพเวทีทันพอดี  แต่ก็ไม่ชัดหรอกนะ  ช่วยไม่ได้นี่นา

ช่วงท้ายสุดมี MC โดยให้สมาชิกทุกคนพูดด้วย  เทกโกะถามก่อนว่าอยากฟังเสียงทุกคนมั้ย  ก็มีคนตะโกนโหวกเหวกกันไป

“หา?  ไม่อยากฟังเหรอ?”  หันไปฟ้องจี้จัง  “เฮ้ย  ตรงนี้มีคนบอกว่าไม่อยากฟังแน่ะ  งั้นไม่ต้องเนอะ”  (มีคนโวยวายอีก)  “แหม่...ล้อเล่น ๆ  เอ้า  เริ่มที่โทชิก่อนละกัน  โทชิเนี่ยเป็นคนมิยาซากิ  เป็นคนคิวชูเนอะ  (ฟุคุโอกะอยู่คิวชูครับ)  ถ้างั้น........(พี่แกเล่นภาษาถิ่นมาดอกใหญ่  ฟังไม่ออก  ส่วนโทชิซังหัวเราะใหญ่เลย)  อ้ะ  พูดหน่อย ๆ  เอาภาษาถิ่นก็ได้นะ

โทชิซังก็พูดประมาณว่า  ครบรอบ 15 ปีนี้ได้มาเริ่มไลฟ์ที่คิวชูด้วย  ก็สนุกดี  ได้แวบไปเยี่ยมบ้านนิดหน่อยด้วย  พอส่งไมค์คืน  เทกโกะก็ทวงทันที  “ไหนของฝากจากบ้านเกิดล่ะ?  ...โธ่  งกได้อีก...

ส่งไมค์ต่อไปที่เซย์จัง  (นากาอิ  เซย์อิจิโร่  (หรือเปล่า?)  มือคีย์บอร์ดคนล่าสุดของวงครับ)  เซย์จังก็...ได้ใจมาก...พูดประมาณว่า  ครบรอบ 15 ปีนี้  ก็พยายามเต็มที่ครับ  แม้ว่าจะมีคนหกล้มบ้างก็ตาม  (แล้วก็มองหน้าเทกโกะ  เทกโกะก็...อ๊า...จำไว้เลย)  แล้วก็บอกว่าน้องสาวน่ะอยู่ฟุคุโอกะ  แต่ก็ไม่ค่อยได้มาหาหรอก  แต่ก็เป็นเมืองที่ชอบ

ไมค์วนกลับมาที่สมาชิกหลัก...แต่...ขอโทษ...ทำไมสมาชิกวงนี้ถึงเป็นคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้  ฟังก็ยาก  พูดก็อึงอวย  อ้อ...แต่ฟังฮิสะจังพูดรู้เรื่องหน่อยนึง  คืองี้...ฮิสะจังเขาทำแกงกะหรี่ออกมาเป็นทัวร์กู๊ดส์  แล้วก็เลยถามว่า

“ไหน  ใครซื้อแกงกะหรี่เมื่อวานไปบ้าง?  (มีคนยกมือเพียบเลย)  โห  แล้วใครกินแล้วมั่ง?  (ไม่มีแมวยกมือสักตัว)  เฮ้ย...  (หันไปฟ้องเทกโกะ)  ไม่มีใครกล้ากินเลยว่ะ”

“มันคง...น่ากินเกินไปมั้ง”

หลังจากนั้นคือไม่รู้เรื่อง  ยิ่งพี่ทาคุยิ่งไม่รู้เรื่อง  ฮะ ๆ ๆ...(หัวเราะด้วยความแค้นใจเป็นหลัก)

สามเพลงสุดท้ายเป็นเพลงช้า...และเป็นเพลงที่กินใจผมที่สุด

Apologize, LET ME BE และ I`m in love

เกือบแล้ว...เกือบเสียน้ำตากับสองเพลงแรก  แต่อย่างว่าแหละ  ไม่ได้มีอะไรให้ต้องร้องไห้  ก็แค่...

“เพราะความฝันคือความฝัน  จึงไม่มีใครช่วงชิงไปได้...หากมีใครปรากฏตัวขึ้นมาและเข้าใกล้หัวใจของเธอ  จะลืมฉันเสียก็ได้  อย่าได้ทิ้งความสุขที่อยู่ตรงหน้าเสีย...”

...มันก็แค่กระทบใจเท่านั้นเอง

ไอ้คนที่เข้าใกล้หัวใจน่ะมี  แต่ลืมพวกพี่ ๆ ไม่ได้หรอกนะ

ท้ายเพลง I`m in love ซึ่งเทกโกะเล่นกีต้าร์ด้วย  เทกโกะ  พี่ทาคุ  และจี้จังก็ไปรวมตัวกันอยู่หน้าคีย์บอร์ด  แล้วเทกโกะก็หันไปกวักมือเรียกฮิสะจังให้มาเล่นด้วยกัน  ไอ้เหมียวนั่นก็เล่นตัว  กวักมือกลับ  “ไม่ไปหรอก  พวกนายแหละมานี่”...แต่ไม่มีใครไปหาแฮะ  ฮะ ๆ ๆ  แล้วก็เลยจบเพลงไปทั้งแบบนั้น  ปล่อยน้องเหมียวไว้คนเดียว

แน่นอนว่าตอนจบต้องมีจับมือแล้ว Jump...รู้สึกว่าฮอลล์สะเทือน  ได้อารมณ์ทีเดียว

อ้อ...เทกโกะบอกว่า

やっぱり大好きな、お前たち!

ชอบพวกนายจริง ๆ เลย  ให้ตายสิ

...

ก็เสพความฝันอิ่มเอม  สมกับที่หยุดงานสามวันรวดชวดเงินไปเป็นหมื่นเยน  ฮะ ๆ ๆ  แต่ก็คุ้ม

แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อยเหมือนความฝันเท่าไหร่  ไม่เหมือนกับตอนดูพี่เจ...อันนั้นสิแปลก  ฝัน ๆ ยังไงไม่รู้  แต่ไลฟ์นี้รู้สึกเป็นจริงมากกว่า  อาจเพราะรู้สึกกับคนพวกนี้แบบพี่ชายละมั้ง  บางที...ตอนที่ไปดูไลฟ์พี่เจปีหน้าอาจจะรู้สึกแบบนี้แล้วก็ได้มั้ง

ก็คนพวกนี้เป็นเหมือนพี่ชาย  เป็นรุ่นพี่ที่เคารพนี่นา

แล้วก็...ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ชอบเสียงของเทกโกะขึ้นมา  แต่ไหนแต่ไรจะชอบเสียงของไฮด์มากกว่า  แต่ไปดูไลฟ์คราวนี้แล้วรู้สึกได้ชัดเลยว่าชอบเสียงของเทกโกะ  โดยเฉพาะตอนที่ร้องสด ๆ แบบไม่มีเสียงดนตรี...ที่จริงแล้ว  ถ้าใครร้องสดแล้วเสียงดี ๆ หรือร้องได้ดีก็ชอบทั้งนั้นแหละ  อย่างอิโนะรัน  ถึงเสียงจะเป็ดก็ชอบตอนที่เขาร้องสดได้ดีเหมือนกัน  (คนอื่นไม่เคยฟัง  บอกไม่ได้)

แล้วก็...GLAY นี่เป็น LIVE BAND จริง ๆ  ชอบเพลงของ GLAY ที่เล่นในไลฟ์มากกว่า  มันทรงพลังกว่าและสนุกกว่าที่ฟังใน CD เยอะเลย  อย่างเพลง Apologize ที่เป็นเพลงใหม่ล่าสุดนั่น  ตอนจบไลฟ์แล้วเขาก็เปิดเป็นเพลงจบ  ก็พบว่าที่เล่นไปในไลฟ์น่าฟังกว่าที่เปิดแผ่นเยอะเลย  ทั้งน้ำเสียงของเทกโกะและความทรงพลังของดนตรี  เสียงกลองของโทชิซังมันกระแทกใจ...

ที่สุดเลยก็คือ...ปวดเอวมาก  เพราะส่ายสะโพกตามเทกโกะมากไปหน่อย  ฮะ ๆ ๆ

 

 

 

...

まあ、やっぱGLAYが大好きだな。

 

ภาพเวทีที่แอบถ่ายมาตอนรออังกอร์  ที่จริงไฟมันเป็นสีม่วงละนะ  อันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ

edit @ 2 Dec 2009 14:12:11 by HAKURO

edit @ 3 Dec 2009 21:01:44 by HAKURO