อาชีพ...ใจชอบ

posted on 07 Nov 2009 10:12 by hakuro  in diary

ที่จริงชื่อเอนทรี่นี้ควรจะเป็น  "อาชีพกับใจรัก"

แต่ผมกระแดะอยากให้มันดูคล้องจองกันน่ะครับ  ฮะ ๆ ๆ

เพราะงั้นที่ผมจะพูดต่อไปนี้ที่จริงก็คือเรื่องของใจรักนั่นแหละครับ

...

"ใจรัก"  คือ...

ในความเข้าใจของผมคือการทำในสิ่งที่ชอบ  การทำในสิ่งที่อยากทำ  ด้วยความชอบส่วนตัว  ไม่มีเรื่องรายได้รายจ่ายหรืออะไร ๆ เกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

อย่างเช่น

ผมชอบวาดรูป  ผมก็วาด  วาดแล้วอยากให้คนอื่นดูก็เอาไปอวด  (ใช้คำว่าอวดเพราะว่าอยากอวดนี่นา)

ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ยกแฟ้มที่เก็บงานไปอวดกัน  สมัยนี้ก็เอาลงบอร์ดบ้างลงบล็อกบ้าง  ตามประสาละครับ

นี่ก็แค่ทำเพราะ  "ใจรัก"  รักอยากจะทำก็เลยทำ  รักอยากจะวาดรูปก็เลยวาด

เพื่อนอยากได้ก็เอาไปซีร็อกซ์แจก  หรือใจดีหน่อยก็ยกให้ไปเลยทั้งภาพ

อย่างเช่นที่สอง

ผมอยากเขีียนฟิคหรือนิยาย  ผมก็เขียน  แน่นอนว่ากรณีนี้เขียนแล้วย่อมอยากให้คนอื่นอ่าน

งานเขียน...เป็นการถ่ายทอดความคิดชนิดหนึ่ง  นอกจากไดอารี่แล้ว...ผมคิดว่างานเขียนอื่น ๆ มีเพื่อถ่ายทอดความคิดของตัวเองให้คนอื่นได้รู้  ได้เข้าใจ  จะคิดเห็นตรงกันหรือตรงข้ามก็อีกเรื่องหนึ่ง

ผมเขียนนิยายเสร็จ  ก็เอาไปลงบอร์ดหรือลงบล็อก  คนที่อ่านแล้วถูกใจก็ตามอ่านกันไป  ใครไม่ถูกใจก็ด่ากันไป  พวกที่ดีหน่อย  ไม่ถูกใจก็เลิกอ่านกันไป  อ่านแล้วอยากเอาไปให้เพื่อนคนอื่นอ่านต่อก็ส่งต่อกันไป  ปริ้นท์ออกมาแล้วซีร็อกซ์แจกกันไปก็มี  (ยังมีจริง ๆ เหรอวะ?)

นี่ก็แค่เขียนเพราะ  "ใจรัก"  รักอยากจะเขียนก็เขีียนออกมา

...

"ใจรัก"  สามารถผันตัวเองเป็น  "รายได้"  ได้  แต่ยังไม่ถึงขั้นเรียกกว่า  "อาชีพ"

เช่น

"ใจรัก"  ที่จะเขียนการ์ตูนเรื่องหนึ่ง  วาดภาพเซ็ทหนึ่ง  หรือเขียนนิยายสักเรื่องหนึ่ง

แล้วมีคนอยากได้หลายคน  ไอ้ครั้นจะซีร็อกซ์แจกทุกคนก็ไม่ไหว

แรก ๆ ก็อาจจะ...เออ  เอาไปซีร็อกซ์กันเองละกัน  แล้วเอาต้นฉบับมาคืนด้วย

หลัง ๆ ก็จะมีรายการแบบ...พี่  เพื่อนหนูก็อยากได้  แต่มันอยู่ต่างจังหวัด  ฯลฯ

สุดท้าย  ก็มักจะลงเอยที่  เอางี้...เดี๋ยวมันจะมีงานเปิดร้าน  เพื่อนหนูจะลงมาด้วยหละ  พี่ไม่เปิดร้านเอาของไปขายเลยล่ะคะ

หรือไม่อีกทีก็...หนูอยากได้จริง ๆ นะพี่  ให้ซื้อก็เอา  ขายนะคะ  ขายนะ...

ของที่ทำด้วยใจรักก็จะแปรสภาพเป็นรายได้

แรก ๆ  (มีแรก ๆ เยอะจัง)  ก็...เอ้า  การ์ตูนขาวดำ  ซีร็อกซ์ขายสามสิบห้าสิบเล่ม  ปกก็ขาวดำ  แม็กเล่มขายกันไป  หรือไม่ก็  พวงกุญแจวาดมือ  อัดพลาสติกเอง  สามสิบอันห้าสิบอัน  นั่งตัดกระดาษกันมือหงิก  ขายกันถูก ๆ แถก ๆ ก็ขายกันไป

เล่น ๆ สนุก ๆ  คนทำก็ได้เงิน  คนซื้อก็ได้ของที่อยากได้ไปเชยชม

รายได้จากช่วงแรก ๆ นี้ไม่กี่บาท  บางทีก็เข้าเนื้อ  (เลือดสาดมาเยอะละ)  แต่คนทำมักจะไม่คิดมาก  มักจะทุ่มสุดฝีมือด้วย  "ใจรัก"  เพื่อที่ผลงานที่เอาไป  "อวด"  นั้นจะได้รับคำชมจากคนที่อยากได้

ทุ่มสุดฝีมือจริง ๆ ครับ...

ถ้าเป็นภาพ  ก็บรรจงวาดเส้นลงสีสวยกิ๊ง  กรณีพวงกุญแจก็ตัดกระดาษกันมือหงิก  เอาไปเคลือบพลาสติก  แล้วตัดพลาสติกอีกรอบ  เจาะรูร้อยพวง...ขายอันละสิบห้าบาทยี่สิบบาท...ได้กำไรแล้วกู  ลงทุนไปอันละสิบบาท...ลืมคิดค่าแรง  ค่ารถ  ค่าเวลา  แต่ภาคภูมิใจ  คนซื้อชมวาดพวงกุญแจของกูวาดสวยจังทุกคนเลย

ถ้าเป็นนิยาย  นอกจากจะบรรจงเขียนเรื่องชนิดงัดสมองและสองมือออกมาเขียน  บรรจงขัดเกลาภาษาที่ใช้ให้สละสลวยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าป้าทมยันตีแล้ว  (ทำไมต้องเป็นป้าทมฯ...ก็อั๊วะชอบอ่าน)  ก็ปริ้นท์ออกมาเอาไปซีร็อกซ์  ซื้อกระดาษโปสเตอร์มาทำปก  ซีร็อกซ์ปก...ยังไม่มีภาพปกไม่เป็นไร  เอาเย็บเล่มสวยไว้ก่อน  ลงทุนเจาะตาไก่  เอาเชือกร้อยผูกสวยงาม...ขายกันไม่เกินห้าสิบบาท...กำไรแล้วกู  ลงทุนเล่มละสี่สิบบาท...ลืมคิดค่าสมอง  ค่าอะไรต่อมิอะไรทุกอย่าง  แต่ภาคภูมิใจ  คนอ่านชมว่ากูเขียนดีทุกคนเลย  เย็บเล่มสวยด้วย...หลัง ๆ อยากให้คนอ่านชมมากกว่านี้  ก็ขอให้เพื่อนวาดภาพปกให้  เลี้ยงข้าวมันเป็นค่าปกมื้อนึง  หรือใครพอมีฝีมือก็วาดเอง  ซีร็อกซ์เย็บเล่มเอง...ภูมิใจกว่าเดิม  คนอ่านชมว่าปกก็สวยเรื่องก็ดี

กา์ร์ตูนและโดจินก็หรอบเดียวกับนิยาย

ทุ่มกันสุดฝีมือด้วยใจรักเพื่อจะอวดผลงานของตัวเอง

อยากหาภาพผลงานตัวเองที่ทำด้วยใจรักให้ดู  แต่ไม่รู้เอาไปยัดไว้ตรงไหนของคอม

เจอละ...แป๊บนึงนะครับ  อัพก่อน 

 

 

โดจินลาร์ค  สี่เล่มจบ  เขียนกันข้ามปีจนคนอ่านลืมไปแล้วว่ามันมีอยู่ในโลก

ตอนนี้ยังเหลือเต็มบ้าน  กำลังว่าจะเอาไปทำปุ๋ยชีวภาพอยู่เนี่ย...ไม่ก็เอาไปเพาะเห็ด  ไม่รู้ว่าปลวกขึ้นหรือยัง

ตอนนั้นขายเล่มละสามสิบสามสิบห้า...เล่มจบรู้สึกจะห้าสิบหรือหกสิบบาทนี่แหละ  มันหนากว่าเขาเพื่อน  จำได้ว่าเวอร์ชั่นแรกสุดหน้าปกเป็นกระดาษเอสี่สีขาวธรรมดาด้วยซ้ำไป

เพราะยังขายไม่หมด  แปลว่าเข้าเนื้อกันเห็น ๆ  ฮะ ๆ ๆ

...

เริ่มต้นที่ใจรัก...

แต่หลาย ๆ ครั้งที่ความใจรักมันกลายเป็นอาชีพไปได้

"อาชีพ"  คือ...

สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้  สามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดพอมีกินมีใช้  เกี่ยวข้องกับเงินทองโดยตรง

แน่นอนว่า  "ใจรัก"  บางครั้งก็เกี่ยวข้องกับเงินทองเหมือนกัน

ก็ลงทุนซื้อสีซื้อกระดาษมาวาดรูปก็ต้องใช้เงิน  ซื้อกระดาษมาปริ้นท์นิยายก็ต้องใช้เงิน

แต่ตอนที่ทำด้วยใจรัก  เราจะไม่คิดเรื่องนี้กัน  เราไม่สนใจค่าแรง  ค่าความคิด  ค่าสมองสองมือ  ค่ากระดาษต้นฉบับ  ค่าหมึกต้นฉบับ  ค่าหมึกปริ้นท์  ค่าเดินทาง  ค่าปากกา  ค่าฯลฯ...เราจะคิดแค่  ค่ากระดาษปริ้นท์  ค่าปก  ค่าซีร็อกซ์  ค่าแม็กเย็บเล่ม...แค่นี้  ก็เลยขายกันเอามันส์  สามสิบบาทห้าสิบบาทว่ากันไป

แต่พอคิดจะเอามันมาเป็นอาชีพ  หาเลี้้ยงตัวเอง...ต้องคิดมันทุกอย่างเลย

จะมาลืมค่ารถลืมค่าฝีมือไม่ได้แล้ว  และจะทำทีละสามสิบห้าสิบเล่มไม่ได้แล้ว  (ตัวอย่างจากนี้ขอเน้นหนักที่นิยายแล้วกันนะครับ)  จะมาทำปกขาวดำเย็บแม็กไม่ได้แล้ว  มันต้องปกสี  ต้องเข้าโรงพิมพ์  หรืออย่างน้อยก็ต้องทำปกสีเข้าสันกาวกันหละ

ต้นทุนเพิ่ม...ราคาก็เพิ่ม  แถมต้นทุนที่เพิ่มยังรวมเอาพวกค่าแรงค่ารถเข้าไปอีก...ราคาก็เพิ่มตามไปด้วยทั้งหมด

ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียดในการทำ  การคิดราคาอะไรพวกนั้น  เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจ  ที่ผ่านมาผมให้เพื่อนทำให้หมด  รวมไปถึงตั้งราคาขายด้วย

แต่เอาเป็นว่าพอเป็นอาชีพแล้ว...เราคิดค่าเสียหายทุกอย่างเลย

และ...พอเป็นอาชีพแล้ว

มันจะมาเขียนเล่มละปีไม่ไ้ด้แล้ว  จะมามัวเกลาภาษาให้สละสลวยเท่าป้าทมไม่ได้แล้ว...มัันต้องปั่นยิก  เอาออกมาแข่งกับคนอื่นให้ทัน  เดี๋ยวคนอ่านจะเอาเงินไปซื้อของเจ้าอื่นหมดไม่เหลือเงินมาซื้องานของเรา

คุณภาพ...ก็ลดลง

ภาพปก...มีแค่ภาพปกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว  เพราะงานของคนอื่นมีภาพประกอบข้างในด้วย  เราก็ต้องมีด้วย  แล้วจะมาจ้างเพื่อนด้วยข้าวมื้อเดียวไม่ได้แล้ว  เพราะเราทำงานมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ  ต้องจ่ายเงินค่าแรงให้เพื่อนด้วย  จะเท่าไหร่ว่ากันไป  เดี๋ยวเอาไปรวมกับค่าต้นทุนแล้วเอาไปตั้งราคาขายเอากำไรทีหลัง

ราคา...เพิ่มขึ้น

และมีการแข่งขัน

มีการแข่งขัน...ก็มีการขัดแข้งขัดขากัน

เฮ้ย...เจ้านั่นแม่งทำปกสวยกว่าเรา  งั้นเราเอาราคาต่ำ ๆ เข้าข่ม  คนจะได้มาซื้อของเรา

เฮ้ย...ทางโน้นยอดขายตก  เลยปล่อยข่าวโจมตีเรา  เราก็ปล่อยข่าวเล่นมันมั่ง

กลายเป็นสงคราม...ทำลายกันเอง  ทำลายวงการ  ทำลายความร่วมมือในวงการ  เปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเล่นงานง่าย ๆ...สนุกสนาน

ลืมไปแล้วว่าการสร้างผลงานด้วย  "ใจรัก"  เป็นอย่างไร

...

"ใจรัก"  ไม่ได้มีแค่งานที่สร้างสรรค์ด้วยมือตัวเอง  แต่รวมไปถึงงานที่แปลมาด้วย

เรามีฝีมือ  มีความรู้พอจะแปลภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นได้  เราก็แปล  อยากให้คนที่ชอบเหมือนเราได้อ่านด้วย  เราเลยเอาไปแจกจ่าย...(แล้วก็รวมเล่มขายแบบใจรักนั่นแหละครับ)

คนอ่านก็ดีใจ  ได้อ่านงานญี่ปุ่นที่ไม่เคยอ่านแล้วเข้าใจ  มีคนใจดีแปลให้อ่าน  ขอบคุณค่ะ

อันนี้ผมจะไม่พูดถึงลิขสิทธิ์นะครับ  นอกประเด็น

พองานแปลกลายเป็นอาชีพ

ก็ลงอีกหรอบเดิมกับข้างบน...กลายเป็นสงครามไปแล้ว

...

ผม...

เีขียนนิยายจบเรื่องหนึ่ง  อยู่ระหว่างการทำภาพประกอบและทำเล่ม  ขลุกขลักนิดหน่อยเพราะตัวผมอยู่ญี่ปุ่น  เลยต้องฝากให้พี่วีและพี่หมึกจัดการให้ทั้งหมด

มันเป็นอาชีพครับ...

เป็นอาชีพที่ต้องคิดค่าสมอง  ค่าไฟ  ค่าคอม  ค่า  ฯลฯ

อ่านในใบคิดราคาแล้วถอนใจ...ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่  แต่คิดอะไรละเอียดจัง...แต่จะไ่ม่คิดก็ไม่ได้  เพราะมันเป็นอาชีพ  เป็นรายได้ที่หามาเลี้ยงตัวเอง

และพูดก็พูดนะครับ...อันนี้ผมอึดอัดในใจมานานเหมือนกัน

ตอนทำนิยายเรื่องก่อน  มีสี่ร้อยหน้า  ปกสี  ภาพประกอบแปดภาพ  ราคาต้นทุนต่อเล่มไม่ถึงสองร้อยบาท...แต่ไม่สามารถขายสองร้อยห้าสิบอย่างราคา  "ใจรัก"  ได้  เพราะหนังสือเจ้าอื่นสองร้อยห้าสิบหน้า  ก็ขายสองร้อยห้าสิบบาทไปแล้ว  เราไม่สามารถตัดราคาตลาดได้ครับ  ไม่งั้นเราจะเป็นศัตรูกับคนทั้งวงการ

ผมไ่ม่เคยอยากทำนิยายแบบการตลาด...แต่ต้องทำ  ถ้าจะยึดเป็นอาชีพ

ที่คับข้องใจอีกอย่างคือ...สงครามในวงการ

ผมไม่มีข้าง...ผมรู้จักคนในวงการหลายคน  หลายฝ่าย...ผมทำงานคนเดียว  ไม่ยุ่งกับใคร  ไม่ลงไปร่วมสงครามด้วย  ผมแค่เขียนนิยายเพราะผมอยากเขียน  แค่ขายเพราะอยากให้คนอ่าน...ไอ้ครั้นจะแจกฟรีก็...นะ...

ผมอยู่กลางสงครามนี้อย่างกระอักกระอ่วนใจ  ฝ่ายหนึ่งเป็นเพื่อน  ฝ่ายหนึ่งคุยกันง่ายขายหนังสือง่าย...ลำบากใจ

ถ้าจะถามว่าแล้วทำไมไม่ขายแค่ออนไลน์  เอาแบบ  "ใจรัก"  ล่ะ?

ผมก็ต้องการรายได้นะครับ...ผมประกอบอาชีพของผมอยู่

...

เขียนมานี่ไม่มีข้อสรุปอะไรหรอกครับ

เพราะผมก็สร้างผลงานด้วยใจรัก...แต่เพราะทำเป็นอาชีพแล้ว  จึงขายงานแบบใจรักไม่ได้อีก

แต่ที่ผมรู้สึกอยู่ในใจก็คือ...

ดูเหมือนว่าคนที่ยึดเอางานพวกนี้เป็น  "อาชีพ"  จะลืม  "ใจรัก"  ไปหมดแล้ว

ผม...

ก็กลัวเหมือนกันว่าสักวันหนึ่งผมจะลืม  "ใจรัก"  ของผมไป

ในโลกนี้มีคำกล่าวว่า

"อย่าลืมความรู้สึกของก้าวแรก"

...ผมจะพยายามไม่ลืมครับ  ว่าตอนเีขียน Heaven`s Drive สนุกแค่ไหน...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โดจินนี้เคยซื้อมาค่ะ
แต่ซื้อได้แค่เล่มเดียว T^T หลังจากนั้นก็หาไม่ได้อีกเลย

แต่ไหนบอกว่าขายไม่หมดล่ะ ^^
ถ้าจะขายก็บอกนะคะ
แบบว่า ซื้อยกชุดเลย ^^

#1 By •[]•AkiAkoAke•[]• on 2009-11-07 12:20

อ่ามันเป็นความภูมิใจของเเต่ละคน >_<~~
ติดตามผลงานพี่ค่ะ

#2 By 멜로디19★ on 2009-11-07 12:22

เคยคิดเหมือนกัน เวลานักดนตรีออกมาด่า พวกโหลดเพลง

เราก็ชอบคิด(ด่ามัน)ว่า

ทำไมไม่นึกถึง ครั้งแรกๆที่พี่แต่งเพลงล่ะ
ครั้งแรกที่แต่งเพลงได้ ก็แค่อยากให้คนอื่นฟัง ไม่ใช่เหรอ

แล้วตอนนี้ล่ะ.. ทำเป็นพูดดี อ้างโน่นนี่

สมัยนี้แล้ว ทำใจซะเหอะ



คอมเม้นต์นี้ไม่เกี่ยวกับไดฮะเท่าไหร่
ก็เกี่ยวนิดนึงนะ เรื่องความรู้สึกแรก เนอะ แม่งบริสุทธิ์

แค่มีคนฟังงานกู อ่านงานกู ก็ดีใจละ ถ้าชอบก็ดีใจ ไม่ชอบก็พยามจะปรับปรุงหรืออะไรก็ว่าไป

แต่สมัยนี้แล้วอ่ะ...
น้ำ ไฟ อากาศ และอาหาร มันมิใช่สิ่งที่ได้มาฟรีๆอีกต่อไป
ถ้ายังต้องใช้เงินอยู่
ก็คิดเงินไปเหอะ เอาแบบ คิดว่าสมควรอ่ะ แล้วก็ กรูพอใจ ไรเงี้ย

#3 By bit on 2009-11-07 14:46

ยามะจังนะ
ตอนนี้ ทำเพลง ให้ดาวน์โหลดฟรี ปีนี้ แต่งออกมาทั้งหมด หกเพลง
เป็นวงนะ แต่ดาวน์โหลดฟรี
เคยเป็นศิลปินค่ายแดงเจอร์ครูนะ ขึ้นบุโดคังก็ขึ้นมาแล้ว ถึงจะไม่ใช่วันแมน
นักดนตรีนะ เป็นความฝันของเขา แต่งเพลงออกมา อยากให้คนฟัง แล้วพอมีคนฟัง ตอนนั้นคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด

เนจังนะ เรื่องทำดนตรี
...พอดีกว่า เอิ้ก เดี๋ยวกลายเป็นฝอยเรื่องลาวีออง
แต่เป็นว่า
คนพวกนึงที่กรูเคารพอยู่ พวกเค้าก็ทำในสิ่งที่ใจรักอย่างเต็มที่โดยไม่ได้คิดเรื่องเงิน เพราะถ้าไม่ทำแล้ว มันอยู่ไม่ได้ แต่ละวันๆ ก็อาจจะเจ็บปวดบ้าง เพราะชีวิต มันไม่ง่าย

สรุปแล้ว ปัญหา
มันอยู่ที่

กรูไม่มีตางงงงง


หนูก็ชอบวาดรูป วาดเสร็จก็อวดๆ
เออ กรูลืมไปละว่าสมัยก่อนเอารูปใส่แฟ้มมาอวดกัน โหๆ ควายรำลึกชาติ
แต่กรูจำไม่เห็นได้ว่ากรูมีแฟ้ม กรูคงไม่ค่อยได้วาดรูป..เอิ้ก
เออ สมัยนี้เวลาอยากอวดก็เอาลงบล็อก คริคริ แสกนๆ โอ้ยสววย ปลาบปลื้มงานตัวเองคนเดียวยังได้
อ้ะ อันนี้นอกประเด็น

ประเด็นคือไรนะ

อ้อ

ไม่มีตัง...

หิวละ

ไม่มีตังซื้อข้าวกิน

อา..งานศิลปะของไทยสมัยสุโขทัยเลยดูสงบสุขที่สุด เพราะในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ศิลปินสบาย งานก็บรรเจิด
อาอา
ศิลปะนี่นะ มันฟุ่มเฟือยนะ
มาทำนากันดีกว่าควาย

ไม่ใช่ละ..


อื้อๆพยายามเข้า
อย่าลืมความสนุกที่ได้ทำในสิ่งที่รักนะ

ส่วนกรู.. ไม่เคยเอาเรื่องที่ชอบเป็นอาชีพ เลยไม่มีก้วแรกอย่างที่มึงกล่าว

ですけど
今は好きなことしか考えてない。
おれ、絵描きことって一番大好きなんだから
俺の場合はね 自分のためだけ描きます。絵で金をもうけるなんていらない。
だから
俺ってプロじゃない。
おめーはプロになればいいなと思う。

จะเขียนภาษาญี่ปุ่นทำไมวะ..

พยายามมมมมมเข้าน้าาาา ควาย~~

กรูก็พยายามอยู่เหมือนกันopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile



อะ ยาวไปหน่อย เพราะมึงอัพยาว...

#4 By 383@タイ夢烏 on 2009-11-08 01:28

โชคดีที่ได้เก็บจนครบ จำได้ว่าซื้อทั้งไปรษณีย์ แล้วก็ไปซื้อตอนฮะจังออกบู้ทด้วย

เห็นโดฯ ลาร์คแล้วตาโต O__O เลยล่ะ

บ้านเราคนทำโดจินชิ มีน้อย ยิ่งวงที่เราชอบยิ่งมีน้อย การเก็บผมงานแบบนี้ ตอนแรกอาจรู้สึกว่าราคาสูง แต่พอเก็บไปกับมีค่า เพราะมันหาซื้อไม่ได้แล้ว

กับสิ่งที่ฮะจังทำอยู่ ตอนนี้เราก็บอกได้ว่า ถ้ารวมเล่มมาเราก็พอมีตังค์ที่จะสนับสนุนค่ะ

พยายามเข้านะคะ surprised smile

#5 By hobbyburn on 2009-11-08 09:21

อ่านแล้วซึ้งและประทับใจมาก

เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่า "อุดมการณ์มันกินไม่ได้"

โนะริน เขียนฟิกด้วยใจรัก น้อยครั้งที่จะทำเป็นอาชีพ แต่อย่างที่ฮาคุโร่ซังพูด หากมันมีโอกาสทำเป็นเล่มเราก็ภูมิใจ

ตอนนี้โนะรินก็กำลังจะพิมพ์ฟิกอีกเล่ม ซึ่งตอนนี้ในหัวมันไม่ได้คิดแค่ว่าเพื่ออุดมการณ์อย่างเดียว อะไรบางอย่างในโลกอันเห็นแก่ตัวและโหดร้ายหล่อหลอมให้เราคิดค่ากำไรเข้ามาเพิ่ม

มันยากเกินไปเสียแล้วที่จะให้เราเอาฝันไปขาย

แต่ว่านะ โนะรินก็ยังจำได้ถึงยุคแรกๆที่ทำฟิกซีร๊อกขาย กำไรแค่เล่มละไม่เท่าไหร่ แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไร และมีความสุขมาก

โนะรินก็จะไม่ลืมความรู้สึกนั้นค่ะ

ขอบคุณฮาคุโร่ซัง ที่ช่วยเตือนสตินะคะbig smile

#6 By NoRin on 2009-11-08 15:37

ควายอ่านนี่ พี่เค้าสึเก้มาก

http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9520000097046&Page=1

#7 By bit (125.24.165.5) on 2009-11-09 14:40

เราเป็นพวกจะรักมากถ้าได้เงิน

บางทีก็กลับมาคิดเหมือนกันว่า ตอนเขียนฟิคครั้งแรกก็แค่สนองนี๊ดตัวเอง ไม่มีคนอ่านยังไม่สนใจเลย

ครั้งล่าสุดนี่ก็คงตอนเขียนฟิคเมื่อวันก่อนแล้วแปะบล็อคนี่ล่ะมั้ง.. นานๆมันจะแว๊บขึ้นมาสักที


ปล. โปสเตอร์อ่ะ คนส่งมันไม่ได้ใส่หลอดมาให้เหรอตัว รีบส่งกลับมาทำม๊ายยย

#8 By Angeltetsu on 2009-11-10 11:45

อ่ะโหว กูเข้าใจแล้ว โกรธมันว่ะมึง มันคิดค่าหลอดกูด้วยน่ะสิแต่เสือกไม่ใส่หลอดส่งให้กู ใครว่าญี่ปุ่นไม่โกงวะ

#9 By Angeltetsu on 2009-11-10 20:41